mark-roadmap-10-year

ข่าวพาดหัวของหนังสือพิมพ์ธุรกิจไทยเมื่อปลายเดือนก.พ.2560 คือกรณีวงการอินเทอร์เน็ตในไทยเริ่มพูดถึงกรณีศึกษาเคสต่างประเทศเรื่องฐานภาษีโซเชียลกันมากขึ้น

เหตุเพราะมีการคาดการณ์กันว่าเงินโฆษณาออนไลน์และบริการออนไลน์อื่นๆที่ไหลออกไปนอกประเทศเพราะบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ลงบัญชีรับรายได้ในประเทศไทย และเงินจึงมุ่งไปบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียโลกหลายๆราย น่าจะอยู่ที่ราวๆ 2.5-3 หมื่นล้านต่อปี อ่านเพิ่มเติมใน แนะ ‘รัฐ’ ศึกษา ‘เคสต่างประเทศ’ รีดภาษีโซเชียล

ครั้งหนึ่ง จอห์น แวกเนอร์ กรรมการผู้จัดการ สำนักงานเฟซบุ๊กในประเทศไทย  เคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างชัดเจนว่าทำไมเค้าถึงได้สนใจประเทศไทยและมีสำนักงานเป็นประเทศที่สองในเอเชีย รองจากสิงคโปร์

ความน่าสนใจของตลาดไทยคือ คนไทยเสพติดโซเชียลมีเดียสูง เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้งานสูง ประกอบกับการใช้เฟซบุ๊กคนผ่านบนโทรศัพท์มือถือ 42 ล้านคน/เดือน และใช้งาน 29 ล้านคน/วัน มีการรับชมวิดีโอบนโทรศัพท์มือถือ 105 นาที ซึ่งขยายตัวสูงถึง 40% เมื่อเทียบกับอัตราการใช้ของคนทั่วโลก 65 นาที แต่อัตราการใช้งบผ่านสื่อโฆษณาทีวีกลับมีถึง 69%

แนวโน้มดังกล่าวนี้นี่เองที่ทำให้เฟซบุ๊กมองเห็นถึงโอกาสการเติบโตของดิจิตอลมีเดียเป็นอย่างมาก อ่านเพิ่มเติมใน  เปิดวิสัยทัศน์ “เอ็มดี” เฟซบุ๊กคนแรกในไทย หวังกระตุ้นลงทุนด้านดิจิทัลมีเดีย

ผู้เขียนขอย้ำถึงเจตนารมณ์ของการเขียนบทความนี้ว่าไม่ได้มุ่งพูดถึงผลลบร้ายของการดำเนินธุรกิจของสื่อโซเชียลมีเดียอันดับโลกแต่อย่างใด  หากแต่มุ่งสะท้อนภาพอนาคตอันใกล้ ที่กำลังจะเปลี่ยน Landscape ของอุตสาหกรรมสื่อสารและการโฆษณาไปอย่างสิ้นเชิง  !

และที่สำคัญเรื่องนี้เป็นวาระของอุตสาหกรรมสื่อไทยที่ต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ หรือปรับประยุกต์ใช้ทำความเข้าใจ เพื่อเตรียมทีมศึกษาและนำเอาเทคโนโลยีอันดับโลกนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สร้างมูลค่าเพิ่มต่ออุตสาหกรรมข่าว และเนื้อหารายการ ( Content Provider) ในอนาคต

คุณรฐิยา จิน อิสระชัยกุล (Rathiya Jinn Issarachaikul) หัวหน้าฝ่ายขายและบริการธุรกิจ บริษัท  เฟซบุ๊ก ประเทศไทย (Facebook Thailand) ย้ำชัด ในงานสัมมนากึ่งศตวรรษครั้งใหญ่ “Human Wired” จัดขึ้นโดย สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยว่าสามเสาหลักของการเปลี่ยนแปลง (Key Pillar to staying Relevant) ที่เฟซบุ๊กต้องการสร้างขึ้นในโลกของการเชื่อมต่อคน 7,000 ล้านคนเข้าด้วยกันคือภาพนี้

20170224_150105

1.Creative ด้วย *Adopt the new visual language คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ด้วยภาษาที่สื่อภาพใหม่

คุณรฐิยา ประกาศให้บรรดา Agency และนักสร้างสรรค์โฆษณาในงานนี้ได้รู้ว่า ปัจจุบันความคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและมาเป็นอันดับหนึ่ง  พร้อมชวนแบรนด์ต่างๆ มาร่วมใช้ บริการ Feature การ Live และ Video 360 องศา กันให้มาก เพื่อสร้างให้ผู้บริโภคเกิดประสบการณ์และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ในมิติต่างๆ โดยย้ำว่า content ควรต้องส่งผ่าน Platform อันมีความแตกต่างกันให้ถูกต้อง เหมาะสม จึงจะเกิดประสิทธิภาพในการสื่อสาร (โปรดดูภาพประกอบด้านล่างนี้ชัดๆ จะรู้ว่า Instagram เป็น platform ที่เฟซบุ๊กแนะนำว่ามีไว้เพื่อให้แบรนด์ใช้สื่อสารเล่าเรื่องและสร้างแรงบันดาลใจจาก video และภาพที่ทรงพลัง 🙂

20170224_150044

20170224_150320

และได้โปรด !!! อย่า เอาTVC มาลงในเฟซบุ๊ก โปรดจงเรียนรู้ว่าผู้บริโภค ดู Mobile Plattform โดยการดูและอ่าน และไม่ได้เปิดเสียงโฆษณาออกมา และอย่าไปหวังว่าคนจะได้รับสารจากเราโดยการเอาสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง

สำหรับสื่อทีวี  15-30 วินาที เป็นเวลาที่เหมาะสม  แต่สำหรับ Mobile Plattform แล้ว key message สำคัญควรมาเลย ใน 3 วินาทีแรก! ย้ำว่า 3 วินาทีแรก สำคัญที่สุด และจะช่วยทำให้อย่างน้อยผู้บริโภคที่มีข้อมูลล้นหัว อยู่ต่อกับ โฆษณาได้ อีก 10 วินาทีต่อไป ” หัวหน้าฝ่ายขายและบริการธุรกิจ บริษัท  เฟซบุ๊ก ประเทศไทย บอกถึงเคล็ดลับสำคัญที่เป็นข้อมูลการใช้งานจริงของผู้บริโภคยุคใหม่

2. กลุ่มเป้าหมาย Target  Reach the right People

เฟซบุ๊กเน้นย้ำให้แบรนด์รู้ถึงความต้องการที่แน่ชัด  และไปถึงเป้าหมายอย่างแม่นยำด้วยข้อมูลเชิงลึกต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประชากร ( Demographic )  สถานที่ตั้ง  (Location) รูปแบบสิ่งที่สนใจ (interest)  พฤติกรรม (Behavior)  ที่เฟซบุ๊กมีให้ รวมไปถึงการใช้ ฟังก์ชั่นอย่าง  Lookalike  เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยการที่เฟซบุ๊กจะเข้าจับไปที่พฤติกรรม Demographic  และปฎิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานแฟนเพจ เนื่องจากกลุ่มคนหรือเพื่อนที่มีความใกล้ชิดกัน มักมีพฤติกรรม ความชอบ หรือไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน แน่นอนว่าเมื่อเราเห็นเพื่อนไปกด คลิป Like ที่แฟนเพจใด เพจหนึ่ง เราก็มักจะมีแนวโน้มจะสนใจตาม และก็อาจจะได้รับโฆษณานั้นด้วยนั่นเอง

3. Measurement หรือ Measure What matters

20170224_150711

เครื่องมือวัดและประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญต่างๆที่แบรนด์จะได้รับจากเฟซบุ๊ก สามารถบอกข้อมูลเชิงลึกได้หลากหลายรูปแบบ และนั่นก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำแบรนด์วัดผลความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างแม่นยำ โดยการวัดผลนี้เอื้อในหลายอุปกรณ์เพื่อการศึกษาข้อมูลเชิงลึกต่อไป

จะเห็นได้ว่า 10 ปีRoadmap ในการไปถึงฝันของเฟซบุ๊กนี้ โลกเรายังอยู่ในขั้นของการสร้าง Product เท่านัั้น สำหรับในยุคถัดไป (อันอีกไม่ไกลจากนี้)   เฟซบุ๊ก เรียกว่า “ยุคเทคโนโลยี” อันจะประกอบไปด้วย นวัตกรรมต่างๆ อีกมากไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมต่อโดยการใช้   Drones  Satelities  Laser  สัญญาณ ภาคพื้นดิน ( Terrestrial Solution) Telco Infra และ สิ่งที่ Free Basic (ใช้ฟรีโดยไม่เสียค่าบริการอินเทอร์เน็ต)

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI)  อันรวมไปถึงการที่ AI ที่สามารถ มี Vision  ชำนาญด้านภาษา (Language) นึกคิด ให้เหตุผล (Reasoning)  และวางแผน (Planning) ได้

เทคโนโลยีเสมือนจริง Virtual reality -VR และ Augmented reality หรือ AR  (ตัวอย่างของ AR คือ เกม  Pogemon Go)   อนาคตนี้เราจะได้เห็น  Mobile VR  หรือแม้กระทั่ง Oculus Rift แว่นสามมิติสุดล้ำ  มิติใหม่แห่งการเล่นเกมในอนาคต Social VR  augmented-reality-ads

               ภาพรูปแบบโฆษณาด้วยเทคโนโลยี AR

ทั้งหมดนี้คือ ปัญญาอนาคตและแน่นอนว่าย่อมกำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมสื่อและโฆษณาไปอย่างที่เราเองก็ยังวาดภาพไปไม่ถึงเลยทีเดียว !